แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสาร แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ข่าวสาร แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

Google+ เปิดให้ใช้บริการแล้ว

สวัสดีครับ ตอนนี้ Google+ (กูเกิ้ลพลัส) ได้เปิดให้ทุกคนสามารถสมัครใช้บริการได้เต็มรูปแบบแล้ว หลังจากที่เปิดทดสอบในวงจำกัดอยู่ระยะหนึ่ง และได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยม จนมีเสียงเรียกร้องถามหา Invite กันตลอด ตอนนี้ก็ไม่ต้องรอคอยกันแล้ว สามารถเข้าไปสมัครใช้บริการได้เลย และคาดว่าในอนาคตฟีเจอร์ใหม่ๆ จะถูกพัฒนาเพิ่มเติมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ใครที่เป็นแฟนกูเกิ้ล หรือชอบใช้ Social Network ต่างๆอยู่แล้วหล่ะก็ไม่ควรพลาด Google+ อย่างเด็ดขาดขอบอก ^_^

ท่านสามารถสมัครใช้บริการ Google plus (Google+) ได้ที่ลิงค์นี้ครับ https://plus.google.com
Google+


google plus


 

วันศุกร์ที่ 2 กันยายน พ.ศ. 2554

Google เปิดสำนักงานในประเทศไทย

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2554 Google ประเทศไทยได้จัดงานแถลงข่าวเปิดตัวสำนักงาน Google ประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดยได้จัดงานแถลงข่าวขึ้นที่ พระราชวังพญาไท นอกจากการเปิดตัวสำนักงานแห่งใหม่ประจำประเทศไทยแล้ว ยังได้เปิดตัวหัวหน้าฝ่ายธุรกิจประเทศไทย ด้วย




ด้วยทาง Google มีแผนการลงทุนเพิ่มเติมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จึงได้เห็นการเปิดสำนักงาน Google ประเทศไทย ซึ่งนับเป็นการเปิดสำนักงานประจำประเทศแห่งที่สองในปี 2554 โดยหวังการนำเสนอแพลตฟอร์มโฆษณาออนไลน์ พร้อมด้วยบริการเว็บเซอร์วิสต่างๆ และระบบการค้นหาข้อมูลที่คุ้นเคยสำหรับผู้ใช้ในประเทศไทย การลงโฆษณาออนไลน์ รวมถึงคู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจ โดยบริการต่างของ google นี้รองรับภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์และเต็มรูปแบบ

จูเลียน เพอร์ซูด กรรมการผู้จัดการ Google เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวแสดงความยินดีว่า “เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งสำหรับการจัดตั้งบริษัทสาขาใหม่ล่าสุดในเมืองไทย ซึ่งเป็นประเทศที่มีบุคลากรคุณภาพสูง เต็มไปด้วยความสามารถ ความสร้างสรรค์ และความชำนาญในการให้บริการแก่ผู้ใช้ชาวไทย รวมถึงลูกค้าและพาร์ทเนอร์ ที่มีคุณค่ามากสำหรับองค์กรของเรา และมอบคุณประโยชน์ให้แก่สังคมไทย”

การเปิดตัวสำนักงานของ Google ในเมืองไทยนี้ สอดคล้องกับนโยบายของ Google ในการขยายธุรกิจในต่างประเทศ และพยายามนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับท้องถิ่นของประเทศไทย เพื่อเพิ่มความสะดวกในการทำกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวันของคนไทย เช่น Google Maps, Google News และ Google Translate เป็นต้น

นอกจากนี้ คุณพรทิพย์ กองชุน หัวหน้าฝ่ายการตลาด ประเทศไทย ยังได้กล่าวว่าการที่ Google เข้ามาเปิดสำนักงานในประเทศไทย ก็ด้วยความคาดหวังที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆจาก Google มาร่วมพัฒนาประเทศไทยอีกด้วย

นอกเหนือจากการเปิดตัวสำนักงาน Google ประเทศไทยแล้ว ยังเป็นการแนะนำตัว คุณอริยะ พนมยงค์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจประเทศไทย ซึ่งมีประสบการณ์ในวงการโทรคมนาคม ซอฟต์แวร์ การบริหารและการตลาด กว่า 14 ปี โดยก่อนหน้าที่จะดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายธุรกิจของ google ประเทศไทยนี้ เคยดำรงตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้บริหาร ด้านการพาณิชย์คอนเวอร์เจนซ์ ของ true มาก่อน และตอนนี้มารับตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายธุรกิจประเทศไทย จากทาง google นี้ จะรับผิดชอบในธุรกิจ ลูกค้า ในประเทศไทย และรายงานไปยังสำนักงาน google เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งสำนักงานใหญ่ประจำทวีปเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งอยู่ในประเทศสิงคโปร์


ข้อมูลจาก : it24hrs.com

วันอาทิตย์ที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จะอยู่กับน้ำหรืออพยพดี ?

ก่อนที่ท่านจะตัดสินใจอยู่กับน้ำ ซึ่งก็ค่อนข้างแน่นอนว่าเป็นเวลานานพอสมควร อยากให้ได้ลองชมคลิปนี้ดูก่อนครับ เพื่อเป็นแนวทางในการตัดสินใจว่าจะอยู่หรือไปดี หรือลองแนะนำให้คนที่ไม่อยากอพยพมาดูก็ได้ครับ เพื่อที่จะได้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ขอให้ทุกคนโชคดีครับ

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2554

วิธีเตรียมน้ำดื่ม"ปลอดภัย" ในภาวะวิกฤตน้ำท่วม

คอลัมน์ ส่องโรคไขสุขภาพ





สิ่งที่ต้องเตรียม
1.ขวดน้ำพลาสติคใส ที่ดื่มน้ำหมดแล้วพร้อมฝาที่ปิดได้แน่นสนิท ขนาดไม่เกินสองลิตร เมื่อวางนอนแล้วความหนาที่แสงอาทิตย์ผ่านไม่เกิน 10 ซม. ขวดยิ่งชลูดยิ่งดี รังสีดวงอาทิตย์จะได้ทะลุทะลวงได้มาก พลาสติคไม่เก่าหรือมีรอยขีดข่วนมากเกินไป เพราะรังสีจะผ่านได้ไม่ดี ภายในขวดสะอาด แกะพลาสติคภายนอกออกหมด

2. แหล่งน้ำสะอาดที่สุดเท่าที่จะหาได้ วิธีนี้ใช้ฆ่าเชื้อโรคได้ดี แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาสารเคมีปนเปื้อนในภาวะปกติ ครัวเรือนที่ดื่มน้ำฝน ถ้าต้องการประหยัดพลังงานและทุกคนในบ้านแข็งแรงดี อาจจะใช้วิธีนี้แทนการต้มก็ได้

3. ถ้าน้ำขุ่นควรมีผ้ากรองตะกอนดิน เช่น ผ้าขาวบาง หรือผ้าขาวม้าสะอาดหลายๆ ชั้น เมื่อกรองได้ที่บรรจุน้ำเต็มขวด เปิดฝาวางทับหนังสือพิมพ์รายวันหน้าแรก ควรจะสามารถมองลงไปก้นขวด อ่านพาดหัวข้อข่าวรองได้ (ตัวอักษรในแนวหลักขนาด 3.5 ซม.)

4. บริเวณที่จะวางขวดตากแดดที่ร้อน โดยเฉพาะถ้ามีโลหะเช่นแผ่นสังกะสีลูกฟูก หรือ อะลูมิเนียมจะดีมาก

วิธีการเตรียม

1.กรองน้ำที่หาได้ กรอกลงขวดให้ได้ประมาณ 3 ใน 4 ขวด

2.เขย่าแรงๆ อย่างน้ำ 20 ครั้ง ให้อากาศ (ออกซิเจน) ผสมกับน้ำให้ทั่ว

3.เติมน้ำให้เต็มขวด ปิดฝาแน่นสนิท

4.วางขวดในแนวนอน ตากแดดตามข้อ 4 ข้างบนทิ้งไว้ อย่าพยายามขยับขวดโดยไม่จำเป็น เพื่อให้ออกซิเจนไม่แยกตัวจากน้ำ ตากแดดโดยใช้เวลา

- 2 ชั่วโมงถ้าแดดจัด พื้นที่วางเป็นโลหะและน้ำค่อนข้างใส

- 6 ชั่วโมงบนพื้นกระเบื้องหรือซีเมนต์

- 2 วันถ้ามีเมฆมาก

ถ้าฝนตกตลอดแดดไม่ออกเลย ให้รองน้ำฝนดื่มแทน

น้ำในขวดดังกล่าวนำไปดื่มได้เลย หรือจะเก็บไว้ดื่มในภายหลังก็ได้ แสงแดด ความร้อน และออกซิเจนจะทำปฏิกิริยากันฆ่าเชื้อโรคทั้งแบคทีเรีย ไวรัส และพยาธิ 99.9% แต่อาจจะมีสาหร่ายเซลเดียวซึ่งทนรังสียูวีและความร้อนซึ่งอาจจะจับตัวเป็นตะไคร่น้ำในขวดได้ถ้าเก็บขวดไว้นาน แต่น้ำที่มีสาหร่ายเหล่าไม่มีอันตรายต่อผู้ดื่มทั่วไปที่มีภูมิคุ้มกันปกติ

หมายเหตุ

1.เทคโนโลยีง่ายๆ ที่วิจัยและพัฒนาโดยองค์การนานาชาติ www.sodis.ch นี้ ฆ่าเชื้อโรคโดยพลังแสงแดด ซึ่งมี รังสียูวี + รังสีความร้อน + อนุมูลออกซิเจนและโอโซน ซึ่งเกิดจากการทำปฏิกิริยาระหว่างออกซิเจนที่เราผสมน้ำระหว่างเขย่าขวด เหมือนน้ำบรรจุขวดขายซึ่งผ่านรังยูวี หรือ โอโซน ในระดับที่เข้มข้น

2.ขวดน้ำใส PET หรือ Poly Ethylene Terephthalate (โพลีเอทธิลีนเทเรฟทาเลต) ที่ตากแดดในระดับนี้ ปลดปล่อยสารเคมีน้อยมาก ได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลกว่าอยู่ในระดับที่ปลอดภัย ไม่เหมือนวัสดุประเภท PVC ทุกวันนี้เราก็ดื่มน้ำบรรจุขวด PET กันอยู่แล้ว

เรียบเรียงสำหรับชาวบ้านโดย ศ.นพ.ดร.วีระศักดิ์ จงสู่วิวัฒน์วงศ์ หัวหน้าหน่วยระบาดวิทยา และผู้อำนวยการสถาบันและพัฒนาสุขภาพภาคใต้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์




------------------------------------------------

มติชนรายวัน ฉบับวันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ที่มา : matichon.co.th

 

วันพุธที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2554

สิ่งของจำเป็นที่ควรมีใน "ถุงยังชีพ"

ข้าวของที่ควรเตรียมไว้ในถุงยังชีพ ควรมีอะไรบ้าง เพื่อที่พี่น้องประชาชนจะได้เตรียมตัวรับมือเอาไว้ช่วยเหลือตัวเองในยามที่ต้องรับมือกับสภาพบ้านจมน้ำ
ถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำทวม

สำหรับสิ่งของจำเป็นที่ควรมีใน "ถุงยังชีพ" ประกอบด้วย

1. อาหารแห้ง อาหารกระป๋อง พร้อมที่เปิดกระป๋อง เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ผักกาดดองกระป๋อง ปลาราดพริก น้ำพริกกระปุก เนื้อเค็ม ไข่เค็ม หมูหยอง หมูแผ่น ฯลฯ ในปริมาณที่เพียงพอต่อการบริโภคไม่น้อยกว่า 3 วัน

2. ข้าวหอมมะลิกระป๋อง และข้าวสาร หรือหากเดินทางไปแจกด้วยตนเอง อาจซื้อข้าวเหนียวนึ่งกับเนื้อหรือหมูทอดใส่ถุงเพราะไม่บูดง่าย

3. น้ำดื่ม เครื่องดื่มแพ็คกล่อง และขนมปังกรอบ ขนมถุงต่าง ๆ ที่เด็กชอบ นมถั่วเหลืองและน้ำผลไม้ สำหรับถวายพระฉันหลังเพล

4. นมผง และขวดนมสำหรับเด็กเล็ก พร้อมด้วยกระติกน้ำร้อนขนาดเล็ก ชนิดเสียบไฟได้

5. กระบอกไฟฉายพร้อมถ่าน ควรมีถ่านสำรองด้วยหลาย ๆ ชุด เทียนไข และไฟแช็ค

6. ชุดปฐมพยาบาล และยาสามัญประจำบ้าน ยาแก้น้ำกัดเท้า ยาทาแผลสด ยาดม ยาหม่อง ยาแก้ไข้แก้หวัด ยาแก้ไอ เจ็บคอ เกลือแร่ซอง ยาแก้ท้องเสีย โลชั่นกันยุง ยาแก้คัน และยารักษาเชื้อรา-น้ำกัดเท้า

7. กระดาษทิชชู และกระดาษชำระแบบเปียก ใช้สำหรับการชำระล้างเพื่อสุขอนามัย

8. ถุงดำสำหรับใส่ขยะ พร้อมเชือกฟางหรือหนังยาง สำหรับมัดปากถุง

9. ผ้าอนามัย และยาคุมสำหรับผู้หญิง ถุงยางอนามัยสำหรับผู้ชาย ผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับเด็กเล็กและคนแก่ กระโถน ถุงก๊อบแก๊บพร้อมที่นั่งถ่ายแบบของคนป่วย

10. เสื้อชูชีพ จำเป็นมากสำหรับคนแก่ คนป่วย และเด็ก ที่ควรมีไว้ประจำตัว

11. รองเท้าแตะยาง เสื้อกันฝน หมวกกันแดด ร่ม เสื้อยืด สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน ผ้าขาวม้า ผ้าถุง กางเกงในกระดาษ หน้ากากกันฝุ่น

12. นกหวีด เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ

13. เชือกไนลอนเส้นยาว ๆ สำหรับผูกของ ตากผ้า ฯลฯ

14. กระจกเล็ก ๆ เอาไว้สะท้อนแสงขอความช่วยเหลือ

15. แผ่นพลาสติกและเทปกาว เพื่อใช้ในการทำที่หลบภัยภายในที่พัก

ทั้งหมดนี้ เป็นรายการสิ่งของจำเป็นเบื้องต้น ซึ่งท่านที่ต้องการช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมสามารถจัดเตรียมและนำไปมอบให้ได้ด้วยตนเอง หรือผ่านหน่วยงานต่าง ๆ ที่เปิดรับได้ หรือสำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงจะถูกน้ำท่วม ก็สามารถจัดเตรียมสิ่งของเหล่านี้ไว้ล่วงหน้าก่อนก็มีประโยชน์ไม่น้อย


ข้อมูลจาก : kapook.com

 


Share

Twitter Facebook Delicious Digg Stumbleupon Favorites More